นวัตกรรม ผ้าพยุงหลังประทังปวด
ดร.ประภาพร มโนรัตน์*
ภัทราภรณ์ ฮวดตา เพ็ญนภา ไชยคต และคณะ **
หลักการและเหตุผล
อาการปวดหลังที่เกิดจากสาเหตุการนั่งหรือยืนทำงานท่าใดท่าหนึ่งนานๆหรือมีอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมนั้นมักพบมากในบุคคลวัยทำงานได้มากและก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานไม่สุขสบายในขณะทำงานและในชีวิตประจำวัน หากบุคคลยังคงทำงานท่าใดท่าหนึ่งนานๆโดยไม่ใส่ใจตระหนักที่จะหลีกเลี่ยงการมีอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องขณะทำงานแล้วจะนำไปสู่ภาวะที่มีกล้ามเนื้อหลังที่ไม่แข็งแรงพอที่จะยึดกระดูกสันหลังให้ตั้งตรงตามปกติได้ ก็จะก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อหลังเรื้อรังทุกข์ทรมานยิ่งขึ้นและฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมได้ยาก อันจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคคลนั้นอย่างยาวนาน (สุรเกียรติ อาชานานุภาพ, 2547) ดังที่กลุ่มนักศึกษาได้สำรวจปัญหาสุขภาพของบุคคลวัยทำงานของหมู่บ้านนาโปร่ง จังหวัดอุตรดิตถ์พบว่าส่วนใหญ่มีปัญหาปวดหลังเป็นๆ หาย ๆ และบางรายปวดหลังเรื้อรัง ดังนั้นกลุ่มนักศึกษาจึงได้ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพของบุคคลวัยทำงานเจาะลึกจำนวน 8 คน ซึ่งมีอาชีพรับจ้างรีดผ้า ช่างเย็บผ้า ค้าขายของชำ และรับจ้างเก็บผักบุ้ง พบว่าทุกคนมีอาการไม่สุขสบายจากการปวดหลังทุกวันอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการทำงานไม่เหมาะสมได้แก่ การนั่ง หรือยืนนานๆ และก้มๆเงยๆ และมักแก้ปัญหาด้วยการรับประทานยาแก้ปวดเมื่อมีอาการปวดหลัง ได้แนะนำให้หมั่นเปลี่ยนอริยาบท และทำกายบริหารกล้ามเนื้อบ่อยๆ อาการทุเลาลงบ้าง แต่ยังคงไม่สุขสบายจากอาการปวดหลังทุกวันเนื่องจากจำเป็นต้องทำงานทุกวันเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้เลี้ยงครอบครัว
ผ้าพยุงหลังประทังปวดเป็นนวตกรรมที่กลุ่มนักศึกษาประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุที่หาง่ายและเหลือใช้ในหมู่บ้านนาโปร่งเพื่อใช้ลดอาการไม่สุขสบายจากอาการปวดหลังขณะทำงาน โดยมีหลักการทำงานคือ การป้องกันการเคลื่อนไหวตามลักษณะการออกแบบของตัวผ้าพยุงหลังที่มีทั้งแถบผ้าที่รัดบริเวณหน้าท้อง และโครงเหล็กเส้นยืนที่ช่วยพยุงแนวกระดูกสันหลังให้ตั้งตรง เพื่อป้องกันการทรุดตัวในแนวดิ่ง พร้อมกับช่วยป้องกันการเกิดแรงดันขึ้นในช่องท้องเมื่อก้มตัวมากขึ้น
วัตถุประสงค์
เพื่อใช้ป้องกันและบรรเทาอาการปวดหลังทั้งในขณะทำงานและเมื่อมีอาการปวดหลัง
..........................................................................................................................................................................
*ดร.ประภาพร มโนรัตน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ภาควิชาการพยาบาลอนามัยชุมชน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์
**น.ส. ภัทราภรณ์ ฮวดตา นส.เพ็ญนภา ไชยคต นส.เพชรธิดา พุ่มไพจิตร นส.ไพรินทร์ วงษา นส.ภัทราภรณ์ จันทร์เพ็ง นส.ภัทราภรณ์ ผะดาวัลย์ นส.ภัทราภา วัฒนฤกษ์ปรีชา และนส.ภัสสรณ์ ยะเกี๋ยงคำ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์.
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ประเมินภาวะสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายบุคคลวัยทำงาน โดยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และพฤติกรรมสุขภาพ
2. นำข้อมูลที่ได้มารวบรวม จัดประเภทของข้อมูลและคัดกรองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อจัดหาข้อเสนอแนะการส่งเสริมสุขภาพ และจัดทำนวัตกรรมที่เหมาะสมเพื่อลดปัญหาอาการไม่สุขสบายจากปวดหลัง
3. ศึกษาค้นคว้าหลักการและแนวทางการทำนวตกรรมเพื่อสุขภาพ
4. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการปวดหลังและสาเหตุของการปวดหลังในวัยทำงาน การปวดหลังจากการประกอบอาชีพและหลักการแนวทางลดและแก้ไขปัญหาปวดหลัง ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมที่สอดคล้องกับข้อมูลของกรณีศึกษาทั้งความเป็นมา หลักการของนวตกรรม ประโยชน์ ขั้นตอนการใช้นวัตกรรมที่เหมาะสม ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ และกลุ่มเป้าหมายของนวัตกรรม
5. ออกแบบนวตกรรมโดยยึดหลักการช่วยให้กลุ่มเป้าหมายสุขสบายขึ้น และอาการปวดหลังลดลงหรือหายไป และช่วยป้องกันการปวดหลัง ด้วยการส่งเสริมให้กล้ามเนื้อหลังสามารถทำหน้าที่พยุงแนวกระดูกสันหลังให้ตั้งตรง เพื่อป้องกันการทรุดตัวในแนวดิ่ง พร้อมกับช่วยป้องกันการเกิดแรงดันขึ้นในช่องท้องเมื่อก้มตัวมากขึ้น พร้อมให้ความสุขสบายเมื่อใช้ และเน้นการทำขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ หาง่าย ในท้องถิ่น
6.นำแบบนวตกรรมไปให้ปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเป้าหมายตรวจสอบเสนอแนะด้านการใช้วัสดุหาง่าย เหลือใช้ในท้องถิ่นในการทำนวตกรรม
7.นำแบบนวตกรรมที่ออกแบบไว้ไปหาผู้เชี่ยวชาญนักกายภาพตรวจสอบแบบและวิพากษ์ประสิทธิผลที่คาดว่าจะเกิดกับผู้ใช้ทั้งประโยชน์และความเสี่ยงต่อสุขภาพ
8.ปรับปรุงแก้ไขแบบ
9.จัดทำนวัตกรรมและสื่อแผ่นพับคู่มือการใช้นวตกรรม มีขั้นตอนดังนี้
9.1 วัดขนาดนวตกรรม
1)ความยาวผ้าพยุงหลังวัดจากรอบเอวผู้ใช้เผื่อติดตีนตุ๊กแกป้ายประกบกันอีกประมาณ10นิ้ว
2)ความกว้าง(แนวดิ่ง)ผ้าพยุงหลังวัดจากใต้ชายโครงประมาณ 1 นิ้ว-ปุ่มกระดูกเอว
3)วัดแนววางเหล็กตามยาวพยุงกล้ามเนื้อหลัง 2 ข้าง โดยวัดจากร่องกระดูกสันหลังถึงแนวสันกล้ามเนื้อ
9.2 เตรียมอุปกรณ์ทำนวตกรรม
-เทปตุ๊กแก ยาวประมาณ 10 นิ้ว | ราคา 12 บาท |
-ยางยืด ยาว 12 นิ้ว | ราคา 2 บาท |
-เศษผ้า (คุณลักษณะคล้ายผ้าดิบ) ขนาดรอบเอว | ราคา 10 บาท |
-ด้ายเย็บผ้า | ราคา 10 บาท |
-ฉากชลาย 3 เส้น | ราคา 10 บาท |
-เส้นแบนมีเนียม | ราคา 20 |
-กระดาษโพสเตอร์ 2 หน้า 1 แผ่น | ราคา 5บาท |
-กระดาษโพสเตอร์สีสะท้อนแสงบาง 1 แผ่น | ราคา 5 บาท รวม 74 บาท |
9.3 เขียนแบบลงบนกระดาษ
9.4 ตัดผ้าตามแบบกระดาษ
9.5 เย็บตามที่ออกแบบไว้และประกอบนวตกรรม
10. นำนวตกรรมที่เสร็จแล้วไปให้ผู้เชี่ยวชาญ(นักกายภาพ)ตรวจสอบครั้งที่2และปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ
11.จัดทำแผ่นพับคู่มือการใช้นวตกรรมที่ระบุข้อความหลักได้แก่ ความสำคัญของนวตกรรม ประโยชน์ วิธีการใช้นวตกรรมและข้อควรระวัง
วิธีการใช้นวตกรรม ใช้พันรอบเอวโดยให้ผ้าพยุงหลังประทังปวดแนบไปกับลำตัวด้านหลังตามแนวเหล็กที่ดัดเป็นรูปโค้งตามแนวกระดูกและกล้ามเนื้อหลังไว้
12.ทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลนวตกรรม โดยนำไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยติดตามผลการใช้ทุกวันในสัปดาห์แรก และสัปดาห์ละครั้งในสัปดาห์ที่ 2-4 หากมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เช่น ผื่นคัน รอยแดงบริเวณผิวที่สัมผัสกับผ้าพยุงหลัง หรือแน่น อึดอัดหายใจ ไม่สะดวก และอื่นๆจะหยุดการใช้นวตกรรม ซึ่งมีกระบวนการให้กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาได้ทดลองใช้คือ ให้ความมั่นใจในการทดลองใช้นวตกรรมแก่กรณีศึกษาและครอบครัวโดยชี้แจงวัตถุประสงค์ในการใช้นวัตกรรม ประโยชน์และความสำคัญ การเตรียมตัว การใช้นวัตกรรม การสังเกตผลข้างเคียงในการใช้นวัตกรรม “ผ้าพยุงหลังประทังปวด”และให้ทดลองใช้นวตกรรม
ผลการศึกษา
1.กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาทุกคน สุขสบายขึ้น อาการปวดหลังหายไป และไม่ได้รับประทานยาแก้ปวดลดอาการปวดอีกตลอดช่วงเวลาที่ได้ทดลองใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด
2.กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาพึงพอใจต่อการใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด
3.กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาไม่มีอาการข้างเคียงจากการใช้ใดๆ เช่นผื่นคัน รอยแดงบริเวณผิวที่สัมผัสกับผ้าพยุงหลัง หรือแน่น อึดอัดหายใจ ไม่สะดวก และอื่นๆ
4.กลุ่มเป้าหมายได้ขยายผลแนะนำเพื่อนบ้านให้ได้ยืมทดลองใช้
สรุปและอภิปรายผล
การจัดทำนวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวดในครั้งนี้เป็นการประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพของกรณีศึกษาที่เป็นบุคคลวัยทำงานที่มีพฤติกรรมสุขภาพขณะทำงานที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่สุขสบายจากอาการปวดหลัง เมื่อได้จัดทำนวตกรรมเสร็จแล้วได้ทดลองใช้ในกลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษา จำนวน 8 ราย พบว่านวตกรรมมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลคือ กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาทุกคน สุขสบายขึ้น อาการปวดหลังหายไป และไม่ได้รับประทานยาแก้ปวดลดอาการปวดอีก ตลอดช่วงเวลาที่ได้ทดลองใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด มีความพึงพอใจต่อการใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด และไม่มีอาการข้างเคียงจากการใช้ใดๆ เช่นผื่นคัน รอยแดงบริเวณผิวที่สัมผัสกับผ้าพยุงหลัง หรือแน่น อึดอัดหายใจ ไม่สะดวก และอื่นๆ และพบว่ากลุ่มเป้าหมายได้ขยายผลแนะนำเพื่อนบ้านให้ได้ยืมทดลองใช้อีกด้วย ซึ่งสามารถอภิปรายได้ว่า นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวดที่ได้จัดทำขึ้นนั้น พัฒนาขึ้นจากข้อมูลพื้นฐานที่เฉพาะเจาะจงที่รวบรวมได้จากกลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษา เพื่อใช้แก้ปัญหาสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายโดยมีหลักการคือการส่งเสริมให้กล้ามเนื้อหลังสามารถทำหน้าที่พยุงแนวกระดูกสันหลังให้ตั้งตรง เพื่อป้องกันการทรุดตัวในแนวดิ่ง พร้อมกับช่วยป้องกันการเกิดแรงดันขึ้นในช่องท้องเมื่อก้มตัวมากขึ้น พร้อมให้ความสุขสบายเมื่อใช้ และเน้นการทำขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ หาง่าย ในท้องถิ่น โดยมีกระบวนการประเมินภาวะสุขภาพกรณีศึกษาและพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพ ศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหลักการทำนวตกรรมและนวตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดหลังจากการทำงานแล้วกำหนดแนวคิดหลักการของนวตกรรมที่มีความเฉพาะกับปัญหาของกรณีศึกษาออกแบบนวตกรรมโดยให้กรณีศึกษาและปราชญ์ชุมชนมีส่วนร่วม ตรวจสอบนวตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ ปรับแก้ไขให้เหมาะสมแล้วจึงใช้กับกลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษา จึงสามารถตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพและแก้ไขสภาพปัญหาปวดหลังจากการทำงานของกรณีศึกษาได้
ผลกระทบที่เกิดกับสังคม มีการขยายผลสู่สังคมดังนี้
1. สถานีอนามัยตำบลท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรดิตถ์ได้ส่งเสริมให้กลุ่มอสม.ที่ร่วมงานและให้คำปรึกษา และช่วยตัดเย็บร่วมกับกลุ่มนักศึกษาเป็นแกนนำทำนวตกรรมให้กับผู้ป่วยปวดหลังจากการทำงานที่สถานีอนามัยตรวจและสั่งใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด
2.สถานีอนามัยและวิทยาลัยมีการวางแผนขยายผลโดยให้มีมุมนวตกรรมที่สถานีอนามัย และอบรมให้มีแกนนำอสม.ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยปวดหลังในวัยทำงาน และวัยอื่นที่มีอาการปวดหลังจากการทำงาน ทำนวตกรรมให้ผู้ป่วยใช้เพื่อให้สุขสบายขึ้นลดแลป้องกันอาการปวดหลัง และลดการใช้ยาแก้ปวดลง
ข้อเสนอแนะ
วิทยาลัยควรร่วมกับสถานีอนามัยวางแผนพัฒนานวตกรรมโดยติดตามผลภายหลังการใช้นวตกรรมระยะยาวเพื่อพัฒนานวตกรรมให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น และควรให้ความรู้ในการใช้ผ้าพยุงหลังประทังปวดที่ถูกต้อง เน้นติดตามประเมินผลการใช้ที่ไม่ถูกต้องได้แก่ การใช้ตลอดเวลา หรือนานเกินไป ทำให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนตัวขาดความยืดหยุ่นและแข็งแรง จนเป็นสาเหตุให้ต้องพึ่งผ้าพยุงหลังประทังปวดตลอดเวลาอันเป็นผลเสียต่อสุขภาพ
บรรณานุกรม
สถาบันพระบรมราชชนก(2551).การปฏิบัติสู่นวตกรรมและการวิจัย. รวมผลงานวิชาการที่ได้รับคัดเลือก
นำเสนอในการประชุมระดับชาติประจำปี 2551, สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข สถาบันพระบรมราช
ชนก.(2553).การประชุมวิชาการระดับชาติเรื่อง “ศักยภาพนักศึกษา: เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และ
นำเสนอผลงาน” วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี เครือข่ายวิทยาลัยภาคกลาง1.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ บริษัทเซเรบอส(ประเทศไทย)จำกัด วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี
อุตรดิตถ์ (2553). การประชุมวิชาการระดับชาติประจำปี 2553 เรื่อง ความเป็นเลิศในการสร้างเสริม
สุขภาพ: คุณค่าแห่งความสำเร็จขององค์กร .สถาบันพระบรมราชชนก, กระทรวงสาธารณสุข.
สุรเกียรติ อาชานานุภาพ .( 2547) ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์หมอ
ชาวบ้าน.
Dr.Prapaporn Manorath
ตอบลบB.NS,B.PH,M.Sc.(PH) Adm.,DrPH.
Midwifery ; Maternal-child health complication
Head of Health Promotion Center at UNC,Thailand
Head of Thai Traditional Medical Clinic at UNC, Thailand
E-mail: tukata43@hotmail.com
Mobile:66- 86- 4464140, 086-4464140