ประชุมนานาชาตขอนแก่น

ประชุมนานาชาตขอนแก่น
oral presentation:Health Promotion Behaviors of Thai Women of Working Ages in Rural area

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

นวัตกรรม ผ้าพยุงหลังประทังปวด

                                                           นวัตกรรม ผ้าพยุงหลังประทังปวด
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        ดร.ประภาพร มโนรัตน์*
ภัทราภรณ์  ฮวดตา  เพ็ญนภา ไชยคต และคณะ **        

หลักการและเหตุผล
อาการปวดหลังที่เกิดจากสาเหตุการนั่งหรือยืนทำงานท่าใดท่าหนึ่งนานๆหรือมีอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมนั้นมักพบมากในบุคคลวัยทำงานได้มากและก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานไม่สุขสบายในขณะทำงานและในชีวิตประจำวัน  หากบุคคลยังคงทำงานท่าใดท่าหนึ่งนานๆโดยไม่ใส่ใจตระหนักที่จะหลีกเลี่ยงการมีอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องขณะทำงานแล้วจะนำไปสู่ภาวะที่มีกล้ามเนื้อหลังที่ไม่แข็งแรงพอที่จะยึดกระดูกสันหลังให้ตั้งตรงตามปกติได้  ก็จะก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อหลังเรื้อรังทุกข์ทรมานยิ่งขึ้นและฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมได้ยาก  อันจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคคลนั้นอย่างยาวนาน  (สุรเกียรติ อาชานานุภาพ, 2547) ดังที่กลุ่มนักศึกษาได้สำรวจปัญหาสุขภาพของบุคคลวัยทำงานของหมู่บ้านนาโปร่ง  จังหวัดอุตรดิตถ์พบว่าส่วนใหญ่มีปัญหาปวดหลังเป็นๆ หาย ๆ  และบางรายปวดหลังเรื้อรัง  ดังนั้นกลุ่มนักศึกษาจึงได้ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพของบุคคลวัยทำงานเจาะลึกจำนวน 8 คน ซึ่งมีอาชีพรับจ้างรีดผ้า ช่างเย็บผ้า  ค้าขายของชำ และรับจ้างเก็บผักบุ้ง  พบว่าทุกคนมีอาการไม่สุขสบายจากการปวดหลังทุกวันอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการทำงานไม่เหมาะสมได้แก่ การนั่ง  หรือยืนนานๆ  และก้มๆเงยๆ  และมักแก้ปัญหาด้วยการรับประทานยาแก้ปวดเมื่อมีอาการปวดหลัง  ได้แนะนำให้หมั่นเปลี่ยนอริยาบท  และทำกายบริหารกล้ามเนื้อบ่อยๆ  อาการทุเลาลงบ้าง  แต่ยังคงไม่สุขสบายจากอาการปวดหลังทุกวันเนื่องจากจำเป็นต้องทำงานทุกวันเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้เลี้ยงครอบครัว
ผ้าพยุงหลังประทังปวดเป็นนวตกรรมที่กลุ่มนักศึกษาประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุที่หาง่ายและเหลือใช้ในหมู่บ้านนาโปร่งเพื่อใช้ลดอาการไม่สุขสบายจากอาการปวดหลังขณะทำงาน โดยมีหลักการทำงานคือ  การป้องกันการเคลื่อนไหวตามลักษณะการออกแบบของตัวผ้าพยุงหลังที่มีทั้งแถบผ้าที่รัดบริเวณหน้าท้อง และโครงเหล็กเส้นยืนที่ช่วยพยุงแนวกระดูกสันหลังให้ตั้งตรง เพื่อป้องกันการทรุดตัวในแนวดิ่ง  พร้อมกับช่วยป้องกันการเกิดแรงดันขึ้นในช่องท้องเมื่อก้มตัวมากขึ้น 
วัตถุประสงค์
            เพื่อใช้ป้องกันและบรรเทาอาการปวดหลังทั้งในขณะทำงานและเมื่อมีอาการปวดหลัง
..........................................................................................................................................................................
*ดร.ประภาพร มโนรัตน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ภาควิชาการพยาบาลอนามัยชุมชน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ 
**น.ส. ภัทราภรณ์ ฮวดตา นส.เพ็ญนภา  ไชยคต  นส.เพชรธิดา พุ่มไพจิตร  นส.ไพรินทร์  วงษา  นส.ภัทราภรณ์ จันทร์เพ็ง  นส.ภัทราภรณ์ ผะดาวัลย์  นส.ภัทราภา  วัฒนฤกษ์ปรีชา  และนส.ภัสสรณ์ ยะเกี๋ยงคำ  นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์.

ขั้นตอนการดำเนินการ
1.             ประเมินภาวะสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายบุคคลวัยทำงาน  โดยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และพฤติกรรมสุขภาพ  
2.             นำข้อมูลที่ได้มารวบรวม จัดประเภทของข้อมูลและคัดกรองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อจัดหาข้อเสนอแนะการส่งเสริมสุขภาพ และจัดทำนวัตกรรมที่เหมาะสมเพื่อลดปัญหาอาการไม่สุขสบายจากปวดหลัง
3.             ศึกษาค้นคว้าหลักการและแนวทางการทำนวตกรรมเพื่อสุขภาพ
4.             สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการปวดหลังและสาเหตุของการปวดหลังในวัยทำงาน การปวดหลังจากการประกอบอาชีพและหลักการแนวทางลดและแก้ไขปัญหาปวดหลัง  ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมที่สอดคล้องกับข้อมูลของกรณีศึกษาทั้งความเป็นมา  หลักการของนวตกรรม ประโยชน์ ขั้นตอนการใช้นวัตกรรมที่เหมาะสม ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้  และกลุ่มเป้าหมายของนวัตกรรม
5. ออกแบบนวตกรรมโดยยึดหลักการช่วยให้กลุ่มเป้าหมายสุขสบายขึ้น และอาการปวดหลังลดลงหรือหายไป  และช่วยป้องกันการปวดหลัง  ด้วยการส่งเสริมให้กล้ามเนื้อหลังสามารถทำหน้าที่พยุงแนวกระดูกสันหลังให้ตั้งตรง เพื่อป้องกันการทรุดตัวในแนวดิ่ง  พร้อมกับช่วยป้องกันการเกิดแรงดันขึ้นในช่องท้องเมื่อก้มตัวมากขึ้น  พร้อมให้ความสุขสบายเมื่อใช้  และเน้นการทำขึ้นจากวัสดุเหลือใช้  หาง่าย  ในท้องถิ่น 
6.นำแบบนวตกรรมไปให้ปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเป้าหมายตรวจสอบเสนอแนะด้านการใช้วัสดุหาง่าย เหลือใช้ในท้องถิ่นในการทำนวตกรรม
7.นำแบบนวตกรรมที่ออกแบบไว้ไปหาผู้เชี่ยวชาญนักกายภาพตรวจสอบแบบและวิพากษ์ประสิทธิผลที่คาดว่าจะเกิดกับผู้ใช้ทั้งประโยชน์และความเสี่ยงต่อสุขภาพ
8.ปรับปรุงแก้ไขแบบ
9.จัดทำนวัตกรรมและสื่อแผ่นพับคู่มือการใช้นวตกรรม  มีขั้นตอนดังนี้
     9.1 วัดขนาดนวตกรรม
            1)ความยาวผ้าพยุงหลังวัดจากรอบเอวผู้ใช้เผื่อติดตีนตุ๊กแกป้ายประกบกันอีกประมาณ10นิ้ว                        
            2)ความกว้าง(แนวดิ่ง)ผ้าพยุงหลังวัดจากใต้ชายโครงประมาณ 1 นิ้ว-ปุ่มกระดูกเอว
            3)วัดแนววางเหล็กตามยาวพยุงกล้ามเนื้อหลัง  2 ข้าง  โดยวัดจากร่องกระดูกสันหลังถึงแนวสันกล้ามเนื้อ  
 9.2 เตรียมอุปกรณ์ทำนวตกรรม

                      -เทปตุ๊กแก ยาวประมาณ 10 นิ้ว
           ราคา        12 บาท
                      -ยางยืด     ยาว 12 นิ้ว           
           ราคา     2  บาท
                      -เศษผ้า (คุณลักษณะคล้ายผ้าดิบ)
                         ขนาดรอบเอว     
            ราคา     10  บาท
                      -ด้ายเย็บผ้า
            ราคา   10  บาท
                      -ฉากชลาย  3 เส้น
            ราคา  10  บาท
                                    -เส้นแบนมีเนียม  มิลลิเมตร 2 เส้น
            ราคา  20
                       -กระดาษโพสเตอร์ 2 หน้า 1 แผ่น  
             ราคา 5บาท
                     -กระดาษโพสเตอร์สีสะท้อนแสงบาง 1 แผ่น      
       ราคา 5 บาท

         รวม 74 บาท

                   9.3 เขียนแบบลงบนกระดาษ
                    9.4 ตัดผ้าตามแบบกระดาษ
                    9.5 เย็บตามที่ออกแบบไว้และประกอบนวตกรรม
           10. นำนวตกรรมที่เสร็จแล้วไปให้ผู้เชี่ยวชาญ(นักกายภาพ)ตรวจสอบครั้งที่2และปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ
            11.จัดทำแผ่นพับคู่มือการใช้นวตกรรมที่ระบุข้อความหลักได้แก่ ความสำคัญของนวตกรรม ประโยชน์  วิธีการใช้นวตกรรมและข้อควรระวัง 
วิธีการใช้นวตกรรม  ใช้พันรอบเอวโดยให้ผ้าพยุงหลังประทังปวดแนบไปกับลำตัวด้านหลังตามแนวเหล็กที่ดัดเป็นรูปโค้งตามแนวกระดูกและกล้ามเนื้อหลังไว้
    
            12.ทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลนวตกรรม  โดยนำไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายเป็นระยะเวลา 1  เดือน  โดยติดตามผลการใช้ทุกวันในสัปดาห์แรก  และสัปดาห์ละครั้งในสัปดาห์ที่ 2-4  หากมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เช่น  ผื่นคัน รอยแดงบริเวณผิวที่สัมผัสกับผ้าพยุงหลัง  หรือแน่น อึดอัดหายใจ  ไม่สะดวก  และอื่นๆจะหยุดการใช้นวตกรรม  ซึ่งมีกระบวนการให้กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาได้ทดลองใช้คือ ให้ความมั่นใจในการทดลองใช้นวตกรรมแก่กรณีศึกษาและครอบครัวโดยชี้แจงวัตถุประสงค์ในการใช้นวัตกรรม ประโยชน์และความสำคัญ  การเตรียมตัว  การใช้นวัตกรรม การสังเกตผลข้างเคียงในการใช้นวัตกรรม ผ้าพยุงหลังประทังปวดและให้ทดลองใช้นวตกรรม                                                                   
ผลการศึกษา
         1.กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาทุกคน  สุขสบายขึ้น  อาการปวดหลังหายไป และไม่ได้รับประทานยาแก้ปวดลดอาการปวดอีกตลอดช่วงเวลาที่ได้ทดลองใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด 
      2.กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาพึงพอใจต่อการใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด
       3.กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาไม่มีอาการข้างเคียงจากการใช้ใดๆ เช่นผื่นคัน รอยแดงบริเวณผิวที่สัมผัสกับผ้าพยุงหลัง  หรือแน่น อึดอัดหายใจ  ไม่สะดวก  และอื่นๆ
      4.กลุ่มเป้าหมายได้ขยายผลแนะนำเพื่อนบ้านให้ได้ยืมทดลองใช้
สรุปและอภิปรายผล
                การจัดทำนวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวดในครั้งนี้เป็นการประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพของกรณีศึกษาที่เป็นบุคคลวัยทำงานที่มีพฤติกรรมสุขภาพขณะทำงานที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่สุขสบายจากอาการปวดหลัง  เมื่อได้จัดทำนวตกรรมเสร็จแล้วได้ทดลองใช้ในกลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษา จำนวน 8 ราย พบว่านวตกรรมมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลคือ กลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษาทุกคน  สุขสบายขึ้น  อาการปวดหลังหายไป และไม่ได้รับประทานยาแก้ปวดลดอาการปวดอีก ตลอดช่วงเวลาที่ได้ทดลองใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด  มีความพึงพอใจต่อการใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด  และไม่มีอาการข้างเคียงจากการใช้ใดๆ เช่นผื่นคัน รอยแดงบริเวณผิวที่สัมผัสกับผ้าพยุงหลัง  หรือแน่น อึดอัดหายใจ  ไม่สะดวก  และอื่นๆ และพบว่ากลุ่มเป้าหมายได้ขยายผลแนะนำเพื่อนบ้านให้ได้ยืมทดลองใช้อีกด้วย  ซึ่งสามารถอภิปรายได้ว่า  นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวดที่ได้จัดทำขึ้นนั้น  พัฒนาขึ้นจากข้อมูลพื้นฐานที่เฉพาะเจาะจงที่รวบรวมได้จากกลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษา  เพื่อใช้แก้ปัญหาสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายโดยมีหลักการคือการส่งเสริมให้กล้ามเนื้อหลังสามารถทำหน้าที่พยุงแนวกระดูกสันหลังให้ตั้งตรง เพื่อป้องกันการทรุดตัวในแนวดิ่ง  พร้อมกับช่วยป้องกันการเกิดแรงดันขึ้นในช่องท้องเมื่อก้มตัวมากขึ้น  พร้อมให้ความสุขสบายเมื่อใช้  และเน้นการทำขึ้นจากวัสดุเหลือใช้  หาง่าย  ในท้องถิ่น  โดยมีกระบวนการประเมินภาวะสุขภาพกรณีศึกษาและพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพ ศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหลักการทำนวตกรรมและนวตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดหลังจากการทำงานแล้วกำหนดแนวคิดหลักการของนวตกรรมที่มีความเฉพาะกับปัญหาของกรณีศึกษาออกแบบนวตกรรมโดยให้กรณีศึกษาและปราชญ์ชุมชนมีส่วนร่วม  ตรวจสอบนวตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ ปรับแก้ไขให้เหมาะสมแล้วจึงใช้กับกลุ่มเป้าหมายกรณีศึกษา  จึงสามารถตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพและแก้ไขสภาพปัญหาปวดหลังจากการทำงานของกรณีศึกษาได้
ผลกระทบที่เกิดกับสังคม  มีการขยายผลสู่สังคมดังนี้
1. สถานีอนามัยตำบลท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรดิตถ์ได้ส่งเสริมให้กลุ่มอสม.ที่ร่วมงานและให้คำปรึกษา และช่วยตัดเย็บร่วมกับกลุ่มนักศึกษาเป็นแกนนำทำนวตกรรมให้กับผู้ป่วยปวดหลังจากการทำงานที่สถานีอนามัยตรวจและสั่งใช้นวตกรรมผ้าพยุงหลังประทังปวด
2.สถานีอนามัยและวิทยาลัยมีการวางแผนขยายผลโดยให้มีมุมนวตกรรมที่สถานีอนามัย และอบรมให้มีแกนนำอสม.ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยปวดหลังในวัยทำงาน  และวัยอื่นที่มีอาการปวดหลังจากการทำงาน  ทำนวตกรรมให้ผู้ป่วยใช้เพื่อให้สุขสบายขึ้นลดแลป้องกันอาการปวดหลัง  และลดการใช้ยาแก้ปวดลง
ข้อเสนอแนะ
       วิทยาลัยควรร่วมกับสถานีอนามัยวางแผนพัฒนานวตกรรมโดยติดตามผลภายหลังการใช้นวตกรรมระยะยาวเพื่อพัฒนานวตกรรมให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น และควรให้ความรู้ในการใช้ผ้าพยุงหลังประทังปวดที่ถูกต้อง  เน้นติดตามประเมินผลการใช้ที่ไม่ถูกต้องได้แก่ การใช้ตลอดเวลา  หรือนานเกินไป  ทำให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนตัวขาดความยืดหยุ่นและแข็งแรง จนเป็นสาเหตุให้ต้องพึ่งผ้าพยุงหลังประทังปวดตลอดเวลาอันเป็นผลเสียต่อสุขภาพ 
บรรณานุกรม
สถาบันพระบรมราชชนก(2551).การปฏิบัติสู่นวตกรรมและการวิจัย. รวมผลงานวิชาการที่ได้รับคัดเลือก
            นำเสนอในการประชุมระดับชาติประจำปี 2551, สำนักงานปลัดกระทรวง  กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข  สถาบันพระบรมราช       
           ชนก.(2553).การประชุมวิชาการระดับชาติเรื่อง ศักยภาพนักศึกษา: เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และ
            นำเสนอผลงาน  วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี  เครือข่ายวิทยาลัยภาคกลาง1.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  บริษัทเซเรบอส(ประเทศไทย)จำกัด  วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี
          อุตรดิตถ์ (2553).   การประชุมวิชาการระดับชาติประจำปี 2553 เรื่อง ความเป็นเลิศในการสร้างเสริม
          สุขภาพ: คุณค่าแห่งความสำเร็จขององค์กร .สถาบันพระบรมราชชนก, กระทรวงสาธารณสุข.
สุรเกียรติ  อาชานานุภาพ .( 2547) ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์หมอ     
        ชาวบ้าน.

1 ความคิดเห็น:

  1. Dr.Prapaporn Manorath
    B.NS,B.PH,M.Sc.(PH) Adm.,DrPH.
    Midwifery ; Maternal-child health complication
    Head of Health Promotion Center at UNC,Thailand
    Head of Thai Traditional Medical Clinic at UNC, Thailand
    E-mail: tukata43@hotmail.com
    Mobile:66- 86- 4464140, 086-4464140

    ตอบลบ